“การแต่งงาน” เป็นสิ่งที่คู่รักทุกคู่ใฝ่ฝันถึง แต่ช่วงเวลาไหนล่ะที่บ่งบอกว่าเราพร้อมแล้วที่จะแต่งงานจริงๆ บางคู่รีบแต่งงานจนชีวิตคู่สั่นคลอนและจบลงด้วยการหย่าร้าง บางคู่ยังไม่ทันได้ศึกษาดูใจกันก็ชิงแต่งงานกันไปซะก่อน ยิ่งกว่านั้นบางคนมัวแต่ลังเลว่าจะแต่งดีหรือไม่ นานเกินไปจนว่าที่เจ้าบ่าวรอไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องเลิกลากัน ดังนั้น Onewiwa จึงอยากให้ทุกๆคู่เช็คดูความพร้อมของตนเองให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยตกลงปลงใจกันที่จะแต่งงานดีกว่าค่ะ

 

1.พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่

อย่างแรกที่เป็นสัญญานบ่งบอกว่าคุณพร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตคู่นั้นคือความรู้สึกที่ขาดเขาไม่ได้ พอใจแล้วที่จะอยู่เคียงข้างคนนี้ แบบนี้ไปตลอด ไม่มีความคิดที่ว่าจะหาคนอื่นมาแทน  และเมื่อเขาพูดเกริ่นมาว่าอยากแต่งงานด้วย อยากใช้ชีวิตคู่ด้วย คุณก้ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด อีกทั้งยังยอมรับหรือยินดีด้วยซ้ำ แต่ถ้าใครมีความรู้สึกว่ากลัวที่ต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กลัวว่างานแต่งจะราบรื่นดีไหม กลัวการมีลูก คิดเรื่องการหย่าร้างก่อนวันแต่ง ไม่มั่นใจว่าต่อจากนี้ในอนาคตจะยังอยู่ด้วยกันหรือไม่หรือยังหวงแหนความเป็นอิสระอยู่ ไม่ชอบการผูกมัด ยังอยากเที่ยว ใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยง ไม่ชอบรายงานความเป็นอยู่ให้ใครฟัง มีโลกส่วนตัวสูงนั้นนี่คือสัญญานบ่งบอกว่าเรานั้นยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน เพราะเรายังไม่อยากรับใครอีกคนเข้ามาอยู่ในโลกของเราและมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตจริงๆ

 

2.มีความพร้อมในหลายๆด้าน

เราต้องประเมินตัวเองก่อนว่าเรานั้นพร้อมในหลายๆด้านแล้วที่จะแต่งงานจริงหรือเปล่า ทั้งในด้านการงาน การเงินที่จะต้องมีหรือมั่นคงมาตั้งแต่แรก เพราะถ้าเราแต่งงานทั้งๆที่ยังไม่อะไรเลยจะทำให้เรายิ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากเข้าไปอีก อย่ามัวแต่พึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงด้านเดียว เราจะต้องช่วยกันคอยสนับสนุนกันด้วย

 

3.วางแผนอนาคต

การวางแผนอนาคตเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคุณคิดเรื่องอนาคตแล้วมีเขาคนนั้นอยู่ด้วยกัน แสดงว่าเราพร้อมที่จะแต่งงานแล้วล่ะค่ะ ในทางกลับกันถ้าเราไม่เคยวางแผนอนาคตเกี่ยวกับเขาเลย เช่น การอาศัยอยู่ร่วมกัน การมีลูก การเงิน แสดงว่าเรายัังไม่เหมาะที่จะแต่งงานค่ะ อีกอย่างที่สำคัญมากๆก็คือเรื่องเงิน ถ้าเราไม่วางแผนการบริหารเงินหรือไม่คิดเรื่องค่าใช้จ่ายต่อจากนี้เลยจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

       

4.ไว้ใจ

เราควรมีความรู้สึกเชื่อใจหรือไว้วางใจในตัวอีกฝ่าย เพราะถ้าคุณแต่งงานไปแล้วนั้น จะทำให้คุณใช้ชีวิตคู่อย่างไม่มีความสุขเพราะมัวแต่ระแวงกัน ไม่ไว้ใจกัน เรื่องความลับก็เช่นเดียว ถ้าเรามีความลับที่ควรจะบอกเขา ก็ขอให้รีบบอกไปนะคะ เรื่องบางเรื่องถ้าเขามารู้ทีหลัง ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจเลวร้ายกว่าเก่าก็ได้ ทางที่ดีคุณควรจับเข่าคุยและสารภาพกับคนรักของคุณดีกว่าค่ะ

5.เช็คอีกฝ่ายว่าพร้อมหรือยัง

คุณควรสังเกตหรือเช็คความพร้อมของคนรักของคุณให้แน่ใจก่อนว่าเขาพร้อมหรือไม่เช่น ถ้าเป็นฝ่ายผู้หญิง ก็อาจจะสังเกตว่าเขามีคุณสมบัติความเป็นแม่ศรีเรือนหรือไม่ เขารักความสะอาดหรือทำกับข้าวเป็นมั้ย หรือมีเรื่องอะไรที่เรารู้สึกอึดอัดหรือเปล่า หรือถ้าเป็นฝ่ายผู้ชาย ควรดูว่าเขาพร้อมที่จะเป็นพ่อหรือสามีที่ดีได้ไหม เลิกเที่ยว เลิกปาร์ตี้หรือมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจะนอกใจ และพยายามเก็บเงินบ้างหรือเปล่า และถ้าเป็นไปได้ทั้งสองฝั่งต้องพากันไปพบปะญาติผู้ใหญ่ให้ท่านเอ็นดูถึงจะดีค่ะ

 

 

เมื่อเช็ดดูแล้ว เรามีความพร้อมในทุกๆด้านก็สามารถแต่งงานได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ แต่ถ้าใครยังมีข้อที่คุณยังไม่พร้อม คุณควรหันหาเข้าหาคนรักของเรา ปรึกษากันให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ อย่าคิดว่าการแต่งงานจะสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้นะคะ ทางที่ดีเราควรศึกษาให้แน่ใจก่อน ถ้าใช่แล้วค่อยแต่งก็ยังไม่สายค่ะ

 

เรียบเรียงโดย : Onewiwa

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here